ว่ากันด้วยเรื่องของหินมงคลและอัญมณีต่างๆ ที่มีความสวยงามที่มักจะถูกนำไปประดับอยู่บนเครื่องรางหรือเครื่องประดับต่างๆ ซึ่งทุกๆ ท่านทราบกันหรือไม่ครับว่า แต่ละอัญมณีก็มีความหมายประจำตัวของมัน วันนี้เราจึงอยากพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “4 อัญมณีของเครื่องประดับมีความหมายในตัว” ที่เราจะพาทุกๆ ท่านไปพบคำตอบกันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!
ทำความรู้จักกับคำว่า “อัญมณี”
อัญมณี คือ มวลของแข็งที่ประกอบไปด้วยแร่ชนิดเดียวกัน หรือหลายชนิดรวมตัวกันอยู่ตามธรรมชาติ โดยจะประกอบขึ้นจาก สาร อินทรีย์ หรือ อนินทรีย์ก็ได้ เนื่องจากองค์ประกอบของเปลือกโลกส่วนใหญ่เป็นสารประกอบซิลิกอนไดออกไซด์ ดังนั้นเปลือกโลกส่วนใหญ่มักเป็นแร่ตระกูลซิลิเกต นอกจากนั้นยังมีแร่ตระกูลคาร์บอเนต เนื่องจากบรรยากาศโลกในอดีตส่วนใหญ่เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำฝนได้ละลายคาร์บอนไดออกไซด์บนบรรยากาศลงมาสะสมบนพื้นดินและมหาสมุทร สิ่งมีชีวิตอาศัยคาร์บอนสร้างธาตุอาหารและร่างกาย แพลงตอนบางชนิดอาศัยซิลิกาสร้างเปลือก เมื่อตายลงทับถมกันเป็นตะกอน หินส่วนใหญ่บนเปลือกโลกจึงประกอบด้วยแร่ต่าง ๆ
4 อัญมณีมีความหมายในตัว
●ไพลิน (Blue Sapphire) จะสื่อถึงความศรัทธา ความจริง และความดีงาม ไพลิน อัญมณีสีน้ำเงินที่คนนิยมสวมใส่ มีความหมายถึง ความศรัทธา ความซื่อสัตย์ ความสำเร็จ ราบรื่น และความดีงาม ไพลิน ยังเป็นอัญมณีแห่งคุณธรรม ที่ว่ากันว่า จะช่วยทำให้ผู้ที่สวมใส่มีจิตใจตั้งมั่นอยู่ในความดี ช่วยควบคุมอารมณ์ เพิ่มความเชื่อมั่นและความศรัทธาต่อตัวเองอีกด้วย
●มรกต (Emerald) จะสื่อถึงความซื่อสัตย์ ความรัก และความอุดมสมบูรณ์ “สีเขียว” และ “มรกต” แสดงสัญลักษณ์เดียวกัน คือ ความอุดมสมบูรณ์ มรกต ยังแสดงถึง ความร่ำรวย และความรักที่จริงใจ นอกจากนั้น อียิปต์โบราณ ยังใช้มรกตเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตอมตะ ส่วนชาวคริสต์นั้น มรกตหมายถึงการกลับคืนชีพ
●เพชร (Dimond) จะสื่อถึงความรักนิรันดร์ ความสมบูรณ์แบบ คำว่า “Diamond” มีรากศัพ์คล้ายกับคำ Amour ซึ่งหมายถึงความรัก และยังมีความหมายของการเป็นนิรันดร์ เพชรจึงมักใช้เป็นสัญลักษณ์แห่ง “ความรักอันไม่มีที่สิ้นสุด ความสมบูรณ์แบบ และสุขภาพที่ดี” ขณะที่คำว่า เพชร ในภาษากรีกคือ Adamas แปลว่า ไม่มีใครเอาชนะได้ ทำให้เชื่อกันว่าเพชรจะช่วยให้ผู้ที่สวมใส่มีชัยชนะ ช่วยปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง ประสบแต่โชค
●อเมทิสต์ (Amathyst) จะสื่อถึงความลึกลับ สันติภาพ และความสงบ สง่างาม อเมทิสต์ เป็นอัณมณีตระกูลควอทซ์ที่มีสีม่วง มีคาแรคเตอร์แห่งความลึกซึ้ง ลึกลับ และสง่างาม จึงมักถูกนำไปใช้ในเทพนิยาย Ffpเชื่อกันว่าอเมทิสต์มีคุณสมบัติในการเพิ่มพูนการรับรู้ของประสาทสัมผัส (Sense) ขจัดความคิดด้านลบหรือความอยุติธรรม และช่วยยกระดับจิตใจ
2 อัญมณีที่หายาก
●เเบริลสีแดง (Red Beryl) ค้นพบที่ ภูเขา Wah Wah ในรัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นพลอยตระกูลเดียวกับ มรกต เเละ อความารีน สิ่งที่ทำให้เเบริลสีแดงเป็นพลอยหายากนั้นเป็น เรื่องของคุณภาพ 95% (1ใน 150,000 ของเเบริลเเดง) เท่านั้นที่ควรค่าแก่การมาทำเครื่องประดับ ที่พบตามเเหล่งกำเนิดคุณภาพต่ำมาก ดังนั้นหากพบเเบริลสีแดงคุณภาพสูงจะไม่นิยมเจียระไนเลย เเละเป็นพลอยที่นิยมมากในหมู่
●อเล็กซานไดรท์ ( Alexandrite) สมญานาม “มรกตตอนกลางวัน ทับทิมตอนกลางคืน” เป็นพลอยหายากอีกชนิดหนึ่ง ที่เลื่องชื่อเรื่องการเล่นไฟเป็นอย่างมาก พลอยอเล็กซานไดรท์เล่นไฟไม่ซ้ำสีเมื่อโดนเเสงที่ไม่เหมือนกัน ในเวลากลางวันจะเล่นสีฟ้าถึงเขียว เเละยามค่ำคืนจะเล่นสีแดงคล้ายทับทิมนั่นเอง ย้อนกลับไปเมื่อปี คศ. 1830 ในจักวรรดิรัสเซียเมื่อพลอยถูกค้นพบเป็นครั้งเเรกเเละถูกตั้งชื่อตาม ซาร์ นิโคลัสที่ 2 ที่เป็นจักรพรรดิคนสุดท้ายของรัสเซียก่อนการปฏิวัตินั่นเอง เเม้ว่าอเล็กซานไดรท์จะถูกพบครั้งเเรกที่ประเทศรัสเซีย ปัจจุบันเนื่องจากการขุดเหมืองพลอยที่ทำอย่างรวดเร็วทำให้พลอยชนิดนี้หมดลงอย่างน่าเสียดาย ปัจจุบันที่พบในตลาดจะเป็นอเล็กซานไดรท์ที่พบจากในประเทศบราซิลเท่านั้น
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “4 อัญมณีของเครื่องประดับมีความหมายในตัว” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้ หวังว่าจะชอบและเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกันนะครับ
